1. เป็นกฎหมายหรือยัง จำเป็นมากแค่ไหนที่จะสอบ
ขอทำความเข้าใจว่าในชั้นนี้ ไม่มีเรื่องของกฎหมายมาเกี่ยวข้อง ไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้นเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่วิชาชีพเท่านั้น ถือเป็นความภาคภูมิใจของผู้ได้รับการรับรอง
2. เอกสารประกอบการสมัครมีอะไรบ้าง
เอกสารประกอบการสมัคร สามารถหาดูรายละเอียดได้จากหน้าเว็บไซต์ของ PMAT ซึ่งระบุไว้ชัดแจ้ง
3. ต้องมีหนังสือรับรองจากหัวหน้างานกี่คน
เพียงหนึ่งคนก็พอ หากสมัครในนามขององค์การ ต้องมีใบนำส่งขององค์การอย่างเป็นทางการ
4. 8 หมวดวิชาที่สอบมีอะไรบ้าง มีรายละเอียดอะไรบ้าง
ขอให้ดูได้จากเว็บไซต์ของ PMAT และโบรชัวร์ที่แจกฟรี จะได้รายละเอียดของหมวดต่างๆ
5. คนที่สามารถเข้าสอบได้ จะต้องอยู่ในระดับไหนของสายงาน
จะอยู่ในระดับใดก็ได้ ขอเพียงมีคุณสมบัติครบถ้วน เช่น ผ่านงาน HR มาแล้ว 5 ปี มีประสบการณ์มาสองภารกิจงานของ HR ซึ่งจะเป็นภารกิจใดก็ได้
6. เป็นแค่ลูกน้องมีสิทธิสอบไหม
เป็นอะไรก็ได้ ขอให้อยู่ในงาน HR มาแล้วสองงาน เช่น งานสรรหาคัดเลือกและงานสวัสดิการ ประสบการณ์ 5 ปี
7. องค์การสามารถส่งคนมาสอบได้มากน้อยแค่ไหน
จะส่งกี่คนก็ได้ หากองค์การเป็นสมาชิก PMAT และส่งในนามองค์การ จะเสียค่าสมัครในราคาคนละ 3,000 บาท หากผู้สมัครไม่ได้เป็นสมาชิกจะเสียค่าสมัคร 4,000 บาท
8. สอบแล้วได้อะไร
สอบผ่านตามคะแนนที่สถาบันกำหนดครบถ้วน จะได้รับใบรับรองทางวิชาชีพว่า เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ในระดับที่สถาบันกำหนด เป็นความภูมิใจของผู้ปฏิบัติงานในสายอาชีพนี้ ซึ่งสามารถนำไปอ้างอิงได้ ตราบที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งใบรับรองแต่ละระดับ จะมีอายุคราวละ 3 ปี ใบรับรองนี้เปรียบเสมือนการรับรองมาตรฐาน ISO, มาตรฐานแรงงานที่องค์การได้ เพียงแต่สถาบันที่รับรองเป็นของไทย ไม่ถือเป็นมาตรฐานโลกและเป็นการรับรองความรู้ในการทำงานของรายบุคคล
9. รับรองเงินเดือนให้ด้วยไหม
การได้ใบรับรองนี้ โดยหลักการ ไม่มีผลต่ออัตราเงินเดือนหรือเพิ่มค่าตอบแทน แต่อย่างใด เพราะเจตนารมณ์ ของการออกใบรับรองอยู่ที่การรับรองว่า มีความรู้ความสามารถ ในงาน ด้านการบริหารบุคคลของแต่ละคน หากนำไปแสดงในเวลาสมัครงาน อาจช่วยเสริมความโดดเด่น น่าสนใจได้มากกว่าผู้สมัครที่ไม่มีใบรับรอง ส่วนเมื่อได้ใบรับรองแล้ว นายจ้างจะเพิ่มค่าตอบแทนให้หรือไม่ เป็นดุลพินิจ ของนายจ้างแต่ละคน
10.ระดับ P, S, G ต่างกันอย่างไร
ในการสอบเพื่อขอรับรองนั้น แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ PHR= Professional Human Resource ถือเป็นระดับล่างสุดของ การรับรอง กำหนดคุณสมบัติไว้ชัดเจน ระดับถัดขึ้นไปเรียกว่า SPHR= Senior Professional Human Resource ถือเป็นระดับสูงของผู้อยู่ในสายงานนี้ มีความเชี่ยวชาญในการทำงานในประเทศไทย คุณสมบัติจะสูงกว่าระดับแรก และระดับสูงสุด เรียกว่า GPHR= Global Professional Human Resource ซึ่งจะมีความรู้กว้างขวางในระดับสากล มีความสามารถในการทำงาน ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าองค์การท้องถิ่น องค์การกึ่งข้ามชาติหรือองค์การข้ามชาติ หรือแม้แต่ต่างประเทศ ซึ่งแต่ละระดับจะต้องมีความเชี่ยวชาญต่างกัน ประสบการณ์ต่างกัน รายละเอียดวิชาที่สอบต่างกัน
11.ราคาสมัคร รวมค่าใบสมัครและคู่มือการสอบหรือยัง
ราคาค่าสมัคร มีสองราคาคือ สมาชิกของสมาคมฯ 3,000 บาทและไม่ใช่สมาชิก 4,000 บาท
12.ประกาศผลการสอบหลังจากสอบกี่วัน
จะใช้เวลาประมาณ 60 วัน โดยการสอบข้อเขียน หากคะแนนผ่านตามระดับที่กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 จะได้เข้าไปสอบสัมภาษณ์อีกชั้นหนึ่ง จากนั้นจึงจะประมวลผล และประกาศผลสอบ หากสอบผ่านก็จะได้ใบรับรอง ซึ่งมีอายุสามปี หากหมดอายุ ต้องมาขอสอบรับรองใหม่ เพราะความรู้ประสบการณ์จะเปลี่ยนไป
13.จำนวนในการสอบกี่ครั้งต่อปี
ยังมิได้กำหนดแน่นอนตายตัว แต่คาดว่าน่าจะราวปีละสองครั้ง
14.มีการอบรมก่อนสอบไหม
สำหรับการสอบรุ่นแรกนี้ ไม่มีการอบรมก่อนสอบ แต่เรามีคู่มือแจกฟรี ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากหน้าเว็บไซต์ของ PMAT โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากผลสอบออกมาแล้วเห็นความจำเป็น ต่อไปอาจมีการเปิด อบรมก่อนสอบก็ได้ แต่คิดค่าอบรมต่างหากและอาจให้เลือกหัวข้ออบรมตามต้องการ นอกจากนี้อาจมีการกำหนดว่า หากเข้าหลักสูตรบางหลักสูตร อาจนำมาคิดเป็นคะแนนสะสมและนำมารวม เป็นเครดิตบางส่วน ในนามของผู้สมัครด้วยก็ได้(ยังเป็นเพียงดำริเท่านั้น)

