HR Competency and Accreditation

1) สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย  ได้ก่อตั้งและดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี  2508  จนกระทั้งถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 47 ปี    สมาคมฯ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างอาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคล  ให้เป็นวิชาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคล  และให้มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงต่อไป
สมาคมฯ ได้ดำเนินการก่อตั้งสถาบันการจัดการงานบุคคล (Institute of Personnel Management – IPM) ขึ้นมาเพื่อดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนด้านวิชาการของสมาคมฯ และผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งของความเป็นวิชาชีพนักบริหารทรัพยากรบุคคล
2) การที่จะพัฒนาอาชีพใดให้เป็นวิชาชีพนั้นมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 10 ประการ  คือ  
(2.1) มีข้อกำหนดความสามารถของอาชีพ และมีเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงาน
(2.2) มีองค์ความรู้ที่สำคัญและจัดเป็นระเบียบ
(2.3) ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องระบุตนเองกับวิชาชีพ  มีความภาคภูมิใจในวิชาชีพ มีการรวมกลุ่มกันเป็นสมาคม หรือองค์การของผู้ประกอบการวิชาชีพนั้น ๆ  เพื่อเป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพ
(2.4) การเข้าสู่วิชาชีพจะต้องมีการควบคุมและมีการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากสถาบันฯ ที่มีการเรียนการสอนในหลักสูตรที่เป็นที่ยอมรับ
(2.5) มีงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยมีการนำเสนอผลงานวิจัยต่อสาธารณะอย่างกว้างขวางและเป็นที่ยอมรับ
(2.6) จะต้องมีการนำผู้ประกอบวิชาชีพนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ 
(2.7) มีโครงการศึกษาต่อเนื่องสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพ
(2.8) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาสามารถใช้ดุลยพินิจโดยอิสระในการประกอบวิชาชีพ
(2.10) มีวารสารวิชาการหรือการวิจัยเผยแพร่งานวิชาการในที่สาธารณะ
 
3) เพื่อเป็นการพัฒนาอาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคลให้เป็นวิชาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคล          
ผู้ประกอบวิชาชีพ ฯ  จึงจำเป็นจะต้องมีการจัดทำโครงการกำหนดมาตรฐานความสามารถทางวิชาชีพ (HR Competency) และการให้การรับรองความเป็นวิชาชีพของนักบริหารทรัพยากรบุคคล (Accreditation)    และมีการเผยแพร่จรรยาบรรณอย่างกว้างขวาง
4) เพื่อให้อาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นวิชาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคล  สถาบันการจัดการงานบุคคลและสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย จึงได้จัดทำโครงการกำหนดมาตรฐานความสามารถทางวิชาชีพ (HR Competency) และการให้การรับรองความเป็นวิชาชีพของนักบริหารทรัพยากรบุคคล (Accreditation)  ขึ้น  เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบการก่อตั้ง  47  ปี ของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
 
วัตถุประสงค์
1) เพื่อส่งเสริมและยกระดับให้งานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้เป็นวิชาชีพ
2) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานในวิชาชีพนี้เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น และทราบถึงแนวทางที่จะพัฒนาตนเอง    
3) เพื่อจัดให้มีมาตรฐานความสามารถของผู้ปฏิบัติงานในวิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Competency) 
4) เพื่อจัดให้มีระบบการให้การรับรองมาตรฐานความสามารถทางวิชาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคล (Accreditation) 
5) เพื่อสร้างการยอมรับจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย (Stakeholder)

กำหนดการ
วันรับสมัคร วันนี้31 มกราคม 9 มีนาคม 2555
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555
วันสอบข้อเขียน วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555
ประกาศผลการสอบ ภายหลังจากการสอบภายใน 60 วัน นับแต่วันที่สอบ (ผู้สมัครสอบที่ผ่านการสอบข้อเขียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 จะได้รับการสอบสัมภาษณ์)
 
 
การสมัครสอบ
ผู้ที่มีความประสงค์ขอสมัครสอบเพื่อการรับรองความเป็นวิชาชีพนักบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Accreditation) ในระดับมืออาชีพ (Professional Human Resource - PHR) ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
2) ส่งใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ทางสถาบันฯ กำหนด
ทางไปรษณีย์มาที่ สถาบันการจัดการงานบุคคล 300/2-3 ซอยลาดพร้าว 132 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 พร้อมทั้งวงเล็บมุมซอง “สมัครสอบ” ภายในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555 (นับวันประทับตราไปรษณีย์) หรือ
สมัครที่ทำการสถาบันฯ ในวันทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30 - 17:30 น. (ยกเว้น วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนขัตฤกษ์)

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ
ผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบจะต้องมีคุณสมบัติการเป็นวิชาชีพนักบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Accreditation) ในระดับ “มืออาชีพ” (Professional Human Resource - PHR) ตามที่ระบุไว้ใน ประกาศเรื่อง การขอรับรองความเป็นมืออาชีพของนักบริหารทรัพยากรบุคคลปี พ.ศ. 2554 ว่าด้วย
1) ผู้มีสิทธิ์ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาใดก็ได้จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากทางราชการ
2) ผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทรัพยากรบุคคลติดต่อกันอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป ในองค์กรหรือสถาบันต่างๆ อย่างน้อย 2 ใน 4 สาขาหลักของวิชาชีพนี้ กล่าวคือ การจ้างงาน (Employment) การบริหารค่าตอบแทน (Compensation) การพัฒนาพนักงาน (Employee Development) และการแรงงานสัมพันธ์ (Labor Relations)
3) ผู้มีสิทธิ์ต้องไม่ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพการบริหารทรัพยากรบุคคลของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย ประกาศใช้เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548

ขั้นตอนการพิจารณา
1) ผู้มีสิทธิสอบจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและหลักฐานโดยคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานกรรมการบริหารสถาบันฯ จึงจะมีสิทธิทำการทดสอบข้อเขียน ความรู้ ความสามารถ ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนด และจะประกาศหรือแจ้งให้ทราบโดยสถาบันฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากสถาบันฯ
2) ผู้ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 จึงจะสามารถเข้ารับการสอบสัมภาษณ์จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (Assessor Interview) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานกรรมการสถาบันฯ ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนด
3) ผลการสอบจะประกาศภายหลังจากการสอบภายใน 60 วัน นับแต่วันที่สอบ บน http://www.pmat.or.th
4) ผู้ที่เคยได้รับการรับรองความเป็นวิชาชีพด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล แล้วขาดการรับรอง ต้องเข้ารับการทดสอบความรู้ใหม่ โดยการเข้ารับการทดสอบความรู้ใหม่ให้เป็นไปตามขั้นตอนในประกาศฉบับนี้ หรือที่กำหนดขึ้นมาใหม่
 
เอกสารประกอบการสมัคร
1) ใบสมัคร สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์  http://www.pmat.or.th
2) หนังสือรับรองการทำงานจากต้นสังกัด
3) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี)
4) เอกสารประกอบอื่นๆ....(ถ้ามี)....
**หมายเหตุ ผู้ขอรับการรับรองต้องกรอกรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ตามความเป็นจริง
 
อัตราค่าธรรมเนียม
อัตราค่าธรรมเนียมในการขอรับรองความเป็นวิชาชีพด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลมีดังนี้
ค่าสมัครสอบรวมการทดสอบข้อเขียนและการสอบสัมภาษณ์ต่อท่าน
กรณีเป็นสมาชิกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) 3,000 บาท
กรณีเป็นผู้สนใจทั่วไป 4,000 บาท
  (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
 
การชำระค่าธรรมเนียม
ชำระค่าธรรมเนียมสอบตามอัตราที่กำหนดในระเบียบการที่ทางสถาบันฯ กำหนด
ผ่านธนาคาร เข้าบัญชี สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ลาดพร้าว 111 ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 052-2-30302-3     
กรุณาส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่หมายเลข 02-7340604 หรือ อีเมล์ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
เช็คสั่งจ่าย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
หมายเหตุ หากผู้ที่มีความประสงค์ในการขอการรับรองไม่สามารถเข้ารับการสอบได้ ทางสถาบันฯ จะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น